AD Blocker Detected

Ads can be a pain, but they are our only way to maintain the server. Please deactive Ads blocker to read the content. Your co-operation is highly appreciated and we hope our service can be worth it.

Scientists found that every child is born ‘creative geniuses’ but was restricted by schools or people around them.

แบบสอบถามเพื่อทดสอบ “ความเป็นอัจฉริยะด้านความคิดสร้างสรรค์”ของนักวิทยาศาสตร์องค์การนาซ่า ซึ่งมี Dr. George Land และ Beth Jarman พัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกนักวิทยาศาสตร์ที่จะเข้าทำงานในองค์การนาซ่าซึ่งพบว่า ได้ผลดี ในการนำมาใช้ประเมินความเป็นอัจฉริยะด้านความคิดสร้างสรรค์ของนักวิทยาศาสตร์

A speacialized test for measuring the ‘creative potential’ of NASA scientists, created by Dr. George Land and Beth Jarman was developed as one of the processes used to select scientists that would be accepted to work in NASA. It was found to be a good method for testing scientists’ creativity.

ดร.จอร์จ แลนด์ ได้ทดลองนำแบบทดสอบดังกล่าว มาทดสอบกลุ่มเด็กๆและประชาชนทั่วไป เพื่อพิสูจน์ด้านความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก นอกจากใช้กับนักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซ่าโดยมีการนำแบบทดสอบมาให้เด็กทำ ในช่วงอายุต่างๆเพื่อค้นหาและพิสูจน์ด้านความคิดสร้างสรรค์ผ่านกลุ่มตัวอย่างเด็ก จำนวน 1,600 คน

Later, Dr. George Land gave the test to groups of children and ordinary adults to prove children’s creativity and solidify the results based on NASA scientists.
The test was given to 1,600 children, in a longditudinal study spanning different ages.

ในการจัดทำแบบทดสอบ ได้เริ่มต้นทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างเด็กอายุ 4-5 ขวบ จำนวน 1,600 คน หลังทำแบบสอบถามพบว่า มีเด็ก 98% ที่ทำแบบทดสอบ จัดอยู่ในกลุ่มอัจฉริยะด้านความคิดสร้างสรรค์

ต่อมามีการทดลองกับเด็กกลุ่มเดิมหลังจาก 5 ปีผ่านไปหรือขณะที่เด็กมีอายุ 10 ขวบ พบว่า เด็กกลุ่มตัวอย่าง มีความเป็นอัจฉริยะด้านความคิดสร้างสรรค์ลดลง เหลือเพียง 30% จากเด็กที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมด

ดร.จอร์จ จึงทำการทดสอบอีกครั้งกับเด็กกลุ่มที่ผ่านการทดสอบผ่านไปแล้ว 2 ครั้งแต่เมื่อเด็กกลุ่มนี้ทำการทดสอบขณะอายุ 15 ปี กลับพบว่า เด็กมีความคิดสร้างสรรค์เหลือเพียง 12%

นอกจากนี้ยังให้ผู้ใหญ่ทั่วไป มีอายุเฉลี่ย 31 ปี ทำแบบทดสอบชุดเดียวกับที่ใช้กับนักวิทยาศาสตร์ของนาซ่าและเด็ก พบว่า ผู้ใหญ่มีความคิดสร้างสรรค์ขั้นอัจฉริยะเพียง 2 % เท่านั้น

The survey was first completed with 1,600 children aged 4-5 years old. The results were that 98% of the children fell into the ‘creative genius’ category.

Later those children were tested once again after 5 years or while they were 10. Only 30% of children were in the creative genius category.

Once the children were 15, Dr. George conducted the survey one last time and found that only 12% of the 1,600 children could still be called creative geniuses.

Dr. George also gave the same exact test that those children and NASA scientists completed, to ordinary adults with an average age of 31, and found out that only 2% of adults were creative geniuses.

สำหรับวิธีการเพื่อพัฒนาและฝึกด้านความคิดสร้างสรรค์อย่างง่ายๆ ดร.จอร์จแนะนำว่า ให้นำสิ่งของทั่วไป มาคิดวิธีพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ 20 – 30 วิธี เพื่อฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์เป็นประจำ เช่น การหาวิธีต่อยอดจากแก้วน้ำ 1 ใบ คุณจะทำให้ดีขึ้นหรือนำไปสู่การพัฒนาอะไรได้บ้าง ให้หาวิธีขึ้นมา 20-30 รูปแบบ เพื่อฝึกการคิดและคำตอบที่ได้อาจไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไปหรืออาจจะไม่ใช่วิธีที่สามารถทำได้จริง แต่วิธีเหล่านี้ก็ถือเป็นวิธีการหนึ่งที่ได้ผ่านกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์ถือเป็นการฝึกใช้สมองอย่างรอบด้านในการฝึกใช้ความคิดสร้างสรรค์

As for ways to easily develop and practice your creativity, Dr. George recommends that you should take an everyday object and think of 20-30 ways to improve it, to practice thinking creatively. For example, how can we improve a cup to become better? The answers might not have to be realistic or doable but is a way to help the brain utilize all its parts, which can help with creativity.

หลังการจัดการทดสอบ ดร.จอร์จ ได้ข้อสรุปว่า เด็กเล็กก่อนเข้าโรงเรียนหรือเพิ่งเริ่มเข้าโรงเรียนจะมีความเป็นอัจฉริยะด้านความคิดสร้างสรรค์สูงที่สุด หลังจากนั้นจะค่อยๆลดลง เมื่อเข้าโรงเรียนเรียนหนังสือ เพราะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น คนรอบข้างไม่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความคิดใหม่ๆหรือความคิดนั้นไม่ถูกต้องจากการไม่เห็นด้วยของคุณครูผู้สอนหรือพ่อแม่ จึงส่งผลให้เด็กขาดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์เมื่อโตขึ้น

After the tests were conducted, Dr. George concluded that young children who have not gone to school or only started school showed the highest aptitudes for being a creative genius and decreases as they start attending school, due to many intervening factors. Such as, people around the child may not prioritize new ideas, or always saying that those ideas are ‘wrong’, including teachers or parents. This leads to a lack of imagination and creativity when the child grows up.

หมายความว่า ยิ่งโตขึ้น อายุมากขึ้น ความเป็นอัจฉริยะด้านความคิดสร้างสรรค์จะลดลงไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยรอบด้านโดยเฉพาะในโรงเรียนที่เด็กใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่นั่น

This means that the more they grow, and the older they become, the more creativity will continue to decrease.
A result of surrounding factors, especially in schools where children spend most of their lives in.

Credit Clip By TEDx
Tucson George Land The Failure of Success

อ้างอิงข้อมูลและภาพประกอบ
https://ideapod.com/born-creative-geniuses-education-system-dumbs-us-according-nasa-scientists/
https://anewkindofhuman.com/creative-genius-divergent-thinking-test/
https://www.youtube.com/watch?v=ZfKMq-rYtnc&feature=youtu.be&t=5m29s
https://www.linkedin.com/pulse/back-future-reclaiming-our-ability-think-creatively-fi-haywood?trk=mp-reader-card
https://www.ideatovalue.com/crea/nickskillicorn/2016/08/evidence-children-become-less-creative-time-fix/

Similar Posts