AD Blocker Detected

Ads can be a pain, but they are our only way to maintain the server. Please deactive Ads blocker to read the content. Your co-operation is highly appreciated and we hope our service can be worth it.

Get to know Sayuri Sakamoto, the young girl who asked for a library to be built near her house to General Prauyut Chan-o-cha through writing in her journal.

หลังจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้โพสต์บันทึกจดหมายฉบับหนึ่งจากเด็กหญิงซายูริ ซากาโมโตะ ซึ่งซายูริเขียนด้วยลายมือตัวเองเป็นภาษาไทยเล่าถึงห้องสมุดใกล้บ้านในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอยากให้มีที่ประเทศไทย โดย FB: prayutofficial ของพลเอกประยุทธ์ ซึ่งใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า ลุงตู่ ได้โพสต์ข้อความ (16 สิงหาคม 2562) ตอบกลับพร้อมกับยืนยันว่า จะรีบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันทำให้ความฝันของซายูริและความฝันของเด็กไทยทุกคนเป็นจริงโดยเร็ว

After General Prauyut Chan-o-cha, Prime Minister of Thailand had recently posted a reply on his Facebook account in regards to young Sayuri Sakamoto who wrote a journal entry by herself about the public libraries near her house in Japan, where she said she wished there were similar ones in Thailand as well. General Prauyut Chan-o-cha who called himself ‘Uncle Tu’ in his post (on the 16th August 2019) replied to Sayuri and confirming that he will hurry to arrange for any relevant government departments to work towards Sayuri and many Thai children’s dreams become a reality.

ชื่อของ ซายูริ ซากาโมโตะ ได้รับความสนใจจากสื่อและในโลกออนไลน์ในเวลาอันรวดเร็ว FB : สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ได้โพสต์ข้อมูลประวัติของซายูริ ว่า เธอเป็นนักเขียนเด็กคนแรกในรอบ 44 ปีของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลประกวดหนังสือดีเด่นซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธิการในปี 2559 ขณะซายูริอายุเพียง 8 ขวบและเธอยังเป็นนักเขียนเด็ก ที่ได้เป็นสมาชิกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยที่อายุน้อยที่สุด จากงานเขียนของเธอที่ชื่อว่า “บันทึกส่วนตัวซายูริ”

Afterward, the name Sayuri Sakamoto quickly gained attention from Thai media and online communities. From the Facebook page ‘Butterfly Books’, Sayuri is the first child author in 44 years to receive a book award by the Ministry of Education in 2016 when Sayuri was only 8-years-old, and becoming the youngest member of The Writers Association of Thailand from her work called ‘Sayuri’s Personal Diary’

ล่าสุด คุณมกุฏ อรฤดี (บก.สำนักพิมพ์ผีเสื้อและศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์) บรรณาธิการหนังสือของซายูริ ซากาโมโตะ ได้นำบันทึกของซายูริ Post ผ่าน Facebook เขียนตอบนายกรัฐมนตรีในวันที่ 17 สิงหาคม 2562 โดยซายูริขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ตอบบันทึกของเธอ พร้อมกับเล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของห้องสมุดในประเทศญี่ปุ่นว่า ที่ญี่ปุ่นจะสามารถยืมหนังสือจากห้องสมุด สาขาไหนก็ได้ทั่วประเทศและสามารถคืนหนังสือสาขาใกล้บ้านได้ โดยไม่ต้องไปคืนสาขาที่เรายืม และหากต้องการหนังสือเล่มใดแล้วห้องสมุดในละแวกบ้านไม่มีก็สามารถทำเรื่องขอ แล้วเจ้าหน้าที่ห้องสมุดจะจัดหาและโทรแจ้งให้ไปรับหนังสือที่ต้องการได้ โดยไม่ต้องเดินทางไกล โดยห้องสมุดจะมีความสำคัญเพราะโรงเรียนที่เธอเรียนที่ญี่ปุ่น หลังจากครูให้การบ้านส่วนใหญ่แล้วเด็กๆจะค้นหาเพิ่มเติมจากห้องสมุดมากกว่าค้นหาจากอินเทอร์เน็ตและการเขียนบันทึกเป็นประจำของเธอด้วยภาษาไทย ก็เพราะไม่อยากลืมภาษาไทยที่ตัวเองรักนั่นเอง

In the latest news, Makut Onrudee (Editor of Butterfly Books publishing and a National Artist under the category of literature) who is the editor of Sakayuri’s book had shared Sakayuri’s diary entry onto Facebook where she wrote a reply back to the Prime Minister on the 17th August 2019. Sayuri wrote her gratitude to the Prime Minister for replying to her letter and also talked more about Japanese libraries.
She says that in Japan, books can be borrowed and returned in any public library around the country (it doesn’t have to be the branch that was borrowed from). Users can also request for books that they can’t find in the library, and the staff will find the book and call them to pick the book up without having to travel far away.
Sayuri says that libraries are very important in Japan because teacher and schools in Japan prefer children to do their research for homework using books from the library rather than from the internet.
Sayuri still writes in her diary every single day in the Thai language, as she does not want to forget the language that she loves.

เด็กหญิงซายูริ (เสื้อสีเขียว)และเพื่อนนักเขียน(สำนักพิมพ์ผีเสื้อ) ขณะอยู่เมืองไทย(ปัจจุบัน)
ซายูริในวัย 12 ปี กำลังเรียนหนังสืออยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น
Post จาก FB : makutonrudee

อ้างอิงข้อมูลและภาพประกอบ
https://www.facebook.com/makutonrudee
https://www.facebook.com/prayutofficial/
https://www.facebook.com/butterflybook/
https://www.japan.go.jp/publications/japanlibrary/
http://www.lib.obec.go.th/portal/node/5/323/multimedia_list_year/2559

Similar Posts